เกี่ยวกับหมอกฤช

เกี่ยวกับหมอกฤช

mohkrich

หมอกฤช เลิศทวีวิทย์
ผู้ใช้สมุนไพรที่ทันสมัยนิรันดร  รักษาโรคที่เรื้อรังหายได้จริง

ข้าฯ นาม            นายกฤช เลิศทวีวิทย์ (หมอกฤช) ปัจจุบันอายุ 60 ปี

การศึกษา

ชั้นประถม-มัธยม รร.เซนต์หลุยสืศึกษา และ รร.วิริยาลัย
ปวช. (บัญชี) ว.พณิชยการพระนคร
ปวส. (บัญชี) ว.เทคนิคกรุงเทพฯ
นิติศาสตร์บัณฑิต, มหาบัณฑิตบริหารธุรกิจ (การจัดการ) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ใบประกอบโรคศิลปะ  พท.ภ.24700 และ พท.ว.18418

ประวัติโดยย่อ ก่อนจะมาเป็น  หมอกฤชในปัจจุบัน

        เดิม ข้าฯ เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จบุคคลหนึ่ง เริ่มงานจากการเป็นลูกจ้าง อายุ 19 ปี ทำงานและเรียนไปพร้อมกัน ตำแหน่งพนักงานส่งของและได้รับการเลื่อนตำแหน่งตลอดเวลาในระยะเวลา 1 ปีครึ่ง ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแผนกสินค้าขาเข้า (ท่าอากาศยาน) ของบริษัทเชียงฮวดแทรเวลแอนด์คาร์โกเซอร์วิส จำกัด ถ.ราชวงศ์ กทม. เจ้าของกิจการคือ นายเกรียงไกร กิจมหาวงศ์หรือเรียกว่าซาเสี่ย

       ต่อมาเป็นเจ้าของกิจการ คาร์โกรับส่งสินค้าท่าอากาศยาน ผันตัวเองเป็นผู้นำเข้า – ส่งออกสินค้า ช่วงนี้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง (IMPORTER&EXPORTER) หันเหชีวิตเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จัดสรรที่ดินแปลงย่อยขาย ท้ายสุดเป็นเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรในปี พ.ศ. 2538-9 อนาคตมูลค่าโครงการ 150-180 ล้านบาท ธุรกิจกำลังไปได้ดี มีการก่อสร้างและลูกค้าก็จองซื้ออยู่ถึงเกือบ 100 หน่วย ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อเจอวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศในปี 2540 ทำให้ธุรกิจไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ เนื่องจากบริษัทฯเงินทุนที่ให้การสนับสนุนถูกสั่งปิดโดยกระทรวงการคลัง ทุกอย่างหยุดชะงักโดยทันที ทั้งๆที่มิได้เป็นความผิดพลาดของข้าฯ แต่อย่างใดเลย

ข้าฯ กลายเป็นคนไม่มีรายได้ พยายามหาเงินลงทุนทำธุรกิจด้านอื่นๆก็ประสบแต่ความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง จึงมีหนี้สินล้นพ้นตัวถึงจะไม่ยอมแพ้ต่อชะตากรรม พยายามต่อสู้ทุกๆด้าน แต่เมื่อยิ่งดิ้นก็ยิ่งจมลึกลงไปอีก ชีวิตทางสังคมเปลี่ยนไปรอบด้าน สุดท้ายแทบเหมือนคนสิ้นหวังเป็นเวลานานไม่น้อยกว่า 12 ปีเต็ม ระหว่างนี้ ข้าฯ ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินตลอดเวลาจาก คุณสมหวัง ชะวาเขียว ที่คอยอุปถัมภ์ ค้ำจุนในด้านค่าใช้จ่ายการดำรงชีพของข้าฯ

เมื่อปลายปี พ.ศ.2552 น้องสาวของข้าฯ ได้ให้หนังสือมาชุดหนึ่ง เขาได้มาจากการเรียนวิชาเภสัชกรรม (แพทย์แผนโบราณ) ของกระทรวงสาธารณสุข ข้าฯ ก็อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง ไม่ค่อยจะสนใจนัก แต่หลังจากนั้นข้าฯ ได้เจอกับผู้เจ็บป่วยอยู่หลายราย เห็นแล้วเกิดความสงสาร จึงทำการศึกษาเพิ่มเติมเอง ทั้งไปซื้อตัวสมุนไพรมารักษาเขา โดยที่ตนเองก็แทบไม่มีกินอยู่แล้ว ปรากฏว่าเขาหายจากโรค ทุกๆคนที่ข้าฯ รักษาก็หายจากโรคที่ป่วยทั้งสิ้น โดยที่ข้าฯ มิได้เรียกร้องค่ารักษาเลยกลับตรงกันข้ามความรู้สึกภายในจิตใจของข้าฯ มีความอิ่มเอิบใจมากกว่า “ เออดีนะ เราใช้ช้อนตักยาไม่กี่อย่าง ก็สามารถช่วยชีวิตคนได้ มิใช่ช่วยผู้ป่วยเพียงคนเดียวแต่กลับช่วยเขาทั้งครอบครัว เพราะทุกคนในครอบครัวย่อมเป็นทุกข์ ตรงข้ามเมื่อหายจากโรคทุกคนในครอบครัวย่อมมีสุข ”

จากการที่ข้าฯ ได้ศึกษาเพิ่มเติมความรู้ และการรักษาคนไข้หลายรายให้หายจากโรคร้ายได้ จึงทำให้ข้าฯ สนใจในทางการแพทย์นี้มากขึ้น ถ้าข้าฯ รักษาต่อไปโดยมิได้มีใบอนุญาต ก็ย่อมเป็นการกระทำผิดกฎหมายโดยเป็นคำแนะนำ จากพี่ชายของข้าฯ คือ พ.ต.อ. หาญ เลิศทวีวิทย์ ข้าฯ จึงตัดสินใจว่าจักต้องขอสอบขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ให้ได้และถูกต้อง ก่อนที่ทำการรักษาต่อไปในภายหน้าฯ (ย้อนอดีต ข้าฯ ได้เคยไปสมัครเรียนแพทย์แผนไทย (โบราณ) ที่กระทรวงสาธารณสุข และได้รับมอบตัวให้เป็นศิษย์ โรงเรียนแพทย์แผนโบราณ วัดพระเชตุพน ฯ (วัดโพธิ์) เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 โดยชำระค่าเรียนไปเป็นเงิน 1,000 บาท แต่ก็มิได้ไปเรียนเลยแม้กระทั่งครั้งเดียว)
เมื่อ 27 ธันวาคม 2553 ข้าฯ ขอขึ้นทะเบียนสอบ ครั้งที่ 1/2554 สาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทเวชกรรมไทย และประเภทเภสัชกรรมไทย ทำการสอบภาคทฤษฎี เมื่อเดือนพฤษภาคม ผ่านการสอบภาคทฤษฎีแล้ว จึงทำการสอบภาคปฏิบัติในเดือน มิถุนายน ศกเดียวกัน ได้รับใบอนุญาต ประกอบโรคศิลปะ เมื่อ 2 สิงหาคม 2554 ทั้งสองประเภทใบอนุญาตที่ พท.ภ.24700 และ พท.ว. 18418 โดยเป็นการสอบเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

นี่คือความหักเหแห่งชีวิตของข้าฯ จักต้องมาเป็นหมอรักษาโรค อาจจะด้วยมีสิ่งใดดลบันดาลหรือไม่ข้าฯ มิอาจจะรู้ได้ แต่ข้าฯ ได้ปฎิญาณกับตนเองว่า ชีวิตที่เหลือแต่นี้ต่อไป จะทำการรักษาโรคที่แพทย์บางท่านกล่าวว่า “ทำใจเถอะ เป็นโรคนี้ฯ รักษาไม่หาย ได้แค่ทุเลา เพราะเป็นโรคเรื้อรัง” ข้าฯ ไม่เชื่อว่าโรคที่เกิดขึ้นแก่มนุษย์รักษาให้หายขาดไม่ได้ ทุกๆอย่างมีเหตุและผลในตัวเมื่อหาเหตุแห่งโรคได้ หายารักษาโรคให้ตรงกับเชื้อร้ายได้ โรคดังกล่าวจักต้องหายอย่างสิ้นเชิง เพียงเพื่อให้ มนุษย์อยู่ด้วยสุขภาพที่แข็งแรงยาวนานที่สุดเป็นพอ
ขอให้ท่านได้โปรดติดตามผลงานการรักษาโรคของข้าฯ ด้วยเหตุผลและความเป็นธรรมในทุกด้านด้วยเพี่อจักชี้ได้ว่าแพทย์แผนไทย (โบราณ)คือ แพทย์ทางเลือกอีกแผนหนึ่ง

หมอกฤช เลิศทวีวิทย์

                          ( หมอผู้น้อย )