โรคภูมิแพ้ โรคหอบ-หืด โรคเสียงแหบแห้ง

โรคภูมิแพ้ โรคหอบ-หืด โรคเสียงแหบแห้ง

     โรคภูมิแพ้ โรคหอบ-หืด โรคเสียงแหบแห้ง ทั้ง 3 โรคนี้จะมีอาการหลักๆ ที่เหมือนกันคือ มีเสมหะเหนียวติดอยู่ที่ลำคอ มีการไอและจามต่อเนื่อง คัดจมูก น้ำมูกไหล หายใจตื้นไม่ค่อยสะดวก เหนื่อยง่าย ทั้งเกิดเสียงแหบแห้งได้
โดยมากแล้วอาการนี้มักเกิดขึ้นในเวลาเช้า 6.00 - 10.00 น. และตอนเย็นในเวลาเดียวกันหรือเมื่อกระทบความเย็น เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงกระทันหัน จะเป็นมากในช่วงฤดูหนาว

     ข้าฯขอกล่าวเฉพาะความรู้ที่ได้ศึกษามาจากคัมภีร์แพทย์แผนไทย (ไม่กล่าวถึงการรักษาของแพทย์สาขาอื่น) ด้วยการศึกษาเหตุและผล เหตุของการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบ-หืด โรคเสียงแหบแห้งหลักๆ คือ อุระเสมหะและปอด กล่าวคือ ปอดมีการอักเสบหรือกำเริบ หย่อน พิการ ส่วนอุระเสมหะก็กำเริบ หย่อน พิการ เช่นเดียวกัน ทั้ง 2 ส่วนนี้พึ่งพาอาศัยกันตลอดเวลา เมื่อเกิดโรคขึ้น ถ้ารักษาถูกยาอาการโรคย่อมหายได้เร็วไม่เป็นเรื้อรังและหายปกติได้

     ว่าด้วยปอดซึ่งเป็นธาตุดิน ปอดมีหน้าที่สูบลมหายใจเข้า-ออก เพื่อฟอกโลหิตดำ โดยเมื่ออากาศออกซิเจนมากระทบจะเปลี่ยนสีเป็นโลหิตแดงและส่งเลือดนี้กลับไปหัวใจตลอดเวลา ปอดมีข้างซ้าย-ข้างขวา มีถุงบางๆ เป็นพังผืดสีขาว 2 ชั้น หุ้มปอดอยู่เรียกว่า "เยื่อหุ้มปอด" มีน้ำเมือกหล่อลื่นอยู่เสมอเป็นเสมหะเรียกว่า "อุระเสมหะ" เนื้อปอดเป็นโพรง ภายในมีถุงลมและหลอดลมอยู่มาก ต้นของหลอดลมอยู่ตรงกระเดือกที่คอ มีกระดูกแข็งคล้ายวงแหวนประกอบเพื่อถ่างมิให้ยุบลงเรียกว่า "หลอดลม" แล้วแยกออกเป็น 2 หลอดเข้าในปอดซ้ายและขวา เมื่อปอดเริ่มกำเริบ หย่อน พิการ ก็เพราะเสมหะเน่า (ไม่บริสุทธิ์) ติดแห้งกรังภายในถุงลมและเยื่อหุ้มปอด เป็นเหตุให้เกิดอาการของโรค คือ คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จามต่อเนื่อง หายใจติดขัด-ตื้น แต่ถ้ามีไข้ด้วยจะหอบ ร้อนใน กระหายน้ำ ฯลฯ

     ว่าด้วยเสมหะซึ่งเป็นธาตุน้ำ อุระเสมหะ กำเริบ หย่อน พิการ ด้วยเหตุเสมหะนั้นเน่าไม่บริสุทธิ์และอาจติดเชื้อโรค เสมหะจึงเหนียวเข้มข้น มีสีต่างๆ ไป อาทิ สีเหลือง-สีเขียว ปกติแล้วเสมหะจะมีความเหนียวและสีขาวใสและจะเกาะอยู่ตามหลอดลม กล่องเสียง อยู่ภายในถุงลมปอด เยื่อหุ้มปอด เพื่อหล่อลื่นอวัยวะต่างๆ มิให้เสียดสีกัน แต่เมื่อเสมหะติดเชื้อเน่าขึ้นมาทำให้อวัยวะที่กล่าวถึงไม่สามาถทำงานได้ตามปกติ การหายใจเข้า-ออกจึงติดขัด อาการของโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด โรคเสียงแหบแห้งจึงปรากฎอาการแปรผันไปต่างๆนานา แม้แต่ได้กลิ่นควันไฟ-กลิ่นแปลกปลอมอื่นๆ ก็จะรู้สึกเหม็นทนไม่ค่อยจะได้ ฉะนั้นเสมหะจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ปอดมีปัญหาร่วมต่อเนื่องตามมา

     การรักษาเสมหะที่กำเริบ หย่อน พิการ "เสมหะเน่า" จึงเป็นการรักษาที่ต้นเหตุของโรคข้างต้น โดยใช้สมุนไพรล้วนไม่มีสารเคมีอื่นใดเจือปน ฆ่าเชื้อโรคที่มีอยู่ในเสมหะ ชำระเสมหะให้บริสุทธิ์ ระหว่างการรักษาช่วงที่ทานยาอยู่ผู้ป่วยจะมีการคากถ่มเสมหะเน่า "เสลด" ออกมาจากลำคอทางปากทั้งขับออกจากถุงลมของปอดและจากเยื่อหุ้มปอดค่อนข้างจะบ่อยในแต่ละวัน ทุกครั้งที่คากถ่ม "เสลด" ออกมาจะรู้สึกว่าการหายใจโล่งและสดชื่นขึ้นทุกครั้งไป จนในที่สุดเมื่อเสมหะเน่าที่ติดแห้งกรังในอวัยวะดังกล่าวได้ถูกชำระจนบริสุทธิ์แล้ว อวัยวะที่เกี่ยวเนื่องนี้ก็สามารถทำงานได้เป็นปกติ หายจากอาการของโรคในที่สุด

 

ตัวอย่างการรักษาโรคภูมิแพ้ คุณธีรนาฎ (เล็ก) ประวัติเป็นโรคภูมิแพ้มาถึง 18 ปี รักษาหาหมอมาตลอดไม่หายไปจนทั่ว
ที่อยู่ปัจจุบัน ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี ได้มาให้ข้าฯรักษาโรคภูมิแพ้อยู่ 3-4 เดือน ปัจจุบันไม่ต้องทานยาอีกแล้ว อาการต่างๆ ที่เป็นไม่มีอีก พึงพอใจมากต่อผลที่ได้รับ จึงอนุญาติให้เป็นตัวอย่างเพื่อเป็นวิทยาทาน เพื่อคนทั่วไปทราบ ข้าฯได้รักษาผู้ป่วยโรคนี้ซึ่งมีวัยระหว่าง 7 - 70ปี หลายรายแล้ว

ตัวอย่างการรักษาโรคเสียงแหบแห้ง เป็นบทสัมภาษณ์ของหลวงปู่ต๋อย เจ้าอาวาสวัดสนามแย้ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ที่หายจากโรคเสียงแหบแห้ง อีกทั้งเส้นเลือดหัวใจ 2 เส้นตีบก็หายด้วย ท่านพึงพอใจมาก จึงอนุญาติให้เป็นตัวอย่างเพื่อเป็นวิทยาทานต่อคนทั่วไปทราบ
คลิปบทสัมภาษณ์หลวงปู่ต๋อย เจ้าอาวาสวัดสนามแย้ ป่วยเป็นโรคเสียงแหบแห้ง ไม่มีเสียง ได้รับการรักษาจากหมอกฤช เลิศทวีวิทย์ จนหายเป็นปกติ