โรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูก

โรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูก

      โรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูก ไม่ว่าจะเป็นกระดูกพรุน เกาต์ รูมาตอยด์ ข้อกระดูกเสื่อม หรือข้อกระดูกอักเสบ จะเกิดขึ้นตอนอายุมาก จึงถูกมองว่าเป็นโรคที่มีความสัมพันธ์กับผู้สูงอายุ

      เราอาจจะเข้าใจว่า กระดูกไม่ต้องทำหน้าที่อะไรมากนัก ทั้งๆ ที่กระดูกมีหน้าที่สำคัญต่อร่างกายหลายอย่าง ได้แก่
- เป็นเกราะป้องกันอวัยวะภายใน
- ทำให้แขน ขา เคลื่อนไหวและพับได้
- ทำให้ลำตัวตั้งตรง
- เป็นที่เก็บสะสมแคลเซียมและแมกนีเซียม
- เป็นแหล่งผลิตเซลล์เม็ดเลือด และสเต็มเซลล์

      โดยกระดูกจะมีการสร้างเนื้อกระดูกใหม่ตลอดเวลา และดึงแคลเซียมมาเก็บสะสมไว้ แต่พออายุ 35 ปีขึ้นไปกระดูกจะหยุดเจริญเติบโตและเริ่มมีการสูญเสียมวลกระดูก ซึ่งอาจนำไปสู่โรคกระดูกพรุนได้ โดยไม่มีอาการใดๆ ทั้งสิ้น แต่อาจจะโผล่มาตอนกระดูกหักไปแล้ว กระดูกที่หักได้ง่ายจากโรคกระดูกพรุน คือ กระดูกสะโพก กระดูกสันหลัง และกระดูกข้อมือ

กระดูกสันหลังเสื่อม

      “กระดูก สันหลังเสื่อม” เป็นโรคที่พบได้บ่อยเหมือนกับบรรดาข้อกระดูกเสื่อมทั้งหลาย เช่น ข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม ลักษณะของข้อกระดูกสันหลัง คือ กระดูกสันหลังมี 3 ระดับ ระดับคอมีกระดูกสันหลัง 7 ชิ้น ระดับกลางมี 12 ชิ้น ระดับบั้นเอวมี 5 ชิ้น กระดูกสันหลังแต่ละอันมาเรียงต่อกันเป็นปล้อง ๆ โดยด้านหน้ามีหมอนรองกระดูกกั้นอยู่ ส่วนด้านหลังเป็นข้อต่อเล็ก ๆ 2 ข้าง ทำให้ข้อกระดูกสันหลังมีการเคลื่อนไหวได้ เช่น การก้ม การเงย ของคอ การก้มหลัง และแอ่นหลัง เป็นต้น

      กระดูกสันหลังเสื่อมที่พบได้บ่อยได้แก่  ข้อกระดูกสันหลังระดับบั้นเอวและระดับคอ สำหรับการเสื่อมของกระดูกสันหลัง จะมีความแตกต่างกว่าข้อเข่าและข้อสะโพกคือ การเสื่อมส่วนใหญ่จะเริ่มเกิดขึ้นที่หมอนรองกระดูก ซึ่งเป็นตัวกั้นระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละปล้อง หมอนรองกระดูกสันหลังมีลักษณะคล้ายเยลลี่ที่มีความยืดหยุ่น ทำหน้าที่เหมือนโช็คอัพ กระดูกสันหลังระดับบั้นเอวและระดับคอมีการใช้งานมากกว่าระดับอื่น จึงเสื่อมง่ายกว่า หมอนรองกระดูกบางส่วนอาจจะมีการเคลื่อนที่ไปกดทับเส้นประสาท ทำให้มีอาการปวดร้าวไปตามแขนหรือขาที่เส้นประสาทนั้น ๆ ไปเลี้ยงก็ได้ ในกรณีที่หมอนรองกระดูกเสื่อม แต่ไม่ไปกดเส้นประสาทจะมีผลทำให้ข้อกระดูกสันหลังที่อยู่ด้านหลังมีการ เปลี่ยนแปลง โดยมีการอักเสบหรือขรุขระหรืออาจมีกระดูกงอก

อาการของกระดูกสันหลังเสื่อม

      เจ็บปวดขึ้นบริเวณหลังและปวดร้าวลงมาบริเวณกระเบนเหน็บ หรือสะโพกทั้ง 2 ข้างได้ คนอ้วน คนที่ใช้หลังไม่ถูกต้อง เช่น ก้ม ๆ เงย ๆ ยกของหนัก มีโอกาสข้อกระดูกสันหลังเสื่อมได้เร็วกว่าคนอื่น

การรักษา (โดยแผนปัจจุบัน)

      ส่วนใหญ่คือการนอนพัก การรับประทานยาแก้อักเสบของกระดูกและข้อ การระมัดระวังไม่ใช้หลังอย่างผิด ๆ ถ้าไม่ดีขึ้นอาจต้องทำกายภาพบำบัด เนื่องจากโรคนี้มีโอกาสเป็นเรื้อรังในระยะยาวควรที่จะลดน้ำหนัก และบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลังให้แข็งแรง การรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การฉีดยา และการผ่าตัด ขึ้นอยู่ในวิจารณญาณของแพทย์ผู้รักษา

      การผ่าตัด เป็น วิธีสุดท้าย ที่จะนำมาใช้ในการรักษาโรคข้อเสื่อม ในรายที่ได้รับการรักษาดังกล่าว ข้างต้น แล้วไม่ได้ผล การผ่าตัด จะช่วยป้องกัน หรือ แก้ไขความผิดปกติจากโรคข้อเสื่อม ลดความเจ็บปวด และทำให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวข้อได้ดีขึ้น การผ่าตัดเปลี่ยนข้อ จะช่วยเหลือผู้เป็นโรคข้อเสื่อมในระยะท้ายได้ การผ่าตัดจะได้ผลดีขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ โดยขึ้นอยู่กับชนิดของการผ่าตัด การรักษาทางยา ร่วมกับกายภาพบำบัด ก่อนและภายหลังการผ่าตัด และที่สำคัญที่สุด คือ ตัวผู้ป่วยเองในการให้ความร่วมมือในการรักษาดังกล่าวข้างต้น

การรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูกทั้งหมด โดย หมอกฤช เลิศทวีวิทย์

ทั้งหมดนั้นจะทำให้มีอาการต่างกันไป เช่น ชา-เย็น ตามปลายมือปลายเท้า ปวดร้าวทั้งแขน-ขา ก็ปวดแต่สะโพกลงไปถึงปลายเท้า การเดิน-ยืน-นั่งและนอน การทำงานทั้งหมดไม่สามารถทำได้ตามปกติเช่นเดิม ข้าฯ ได้รักษามามากแล้ว หายดีถ้วนทั่ว โดยมิต้องไปผ่าตัดหรือเปลี่ยนกระดูก

ประวัติผู้ป่วยที่มารับการรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูก

1. คุณสไบทิพย์ เวณุพุกกะณะ อายุ 45 ปี
อาชีพ : นักธุรกิจ
ที่อยู่ : เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
อาการป่วย : กระดูกทับเส้น เจ็บปวดกระดูกสันหลังมาก เจ็บเหมือนมีเข็มแทงตลอดเวลา เป็นมา 18 ปี และเลือดจาง
การรักษา : โดยการกินยาและโปะยาสมุนไพร หลังจากได้เข้ารับทำการรักษาจากหมอกฤช 5-6 ครั้ง ปัจจุบันอาการปวดทุเลาลงมากกว่า 90% ต้นคอจากที่เมื่อก่อนแข็งหันไม่ค่อยได้ หลังรับการรักษากลับมาหันได้สะดวกตามปกติ

2. คุณธนวันต์ พันธุมเสน อายุ 53 ปี
อาชีพ : นักธุรกิจ
ที่อยู่ : กรุงเทพมหานคร
อาการป่วย : เวลายืนและเดินนานๆจะปวดหลัง แขนยกไม่ขึ้น ปวดแขนข้างซ้าย บางครั้งรู้สึกชาที่ปลายนิ้ว
การรักษา : โดยการกินยาและโปะยาสมุนไพร นวดน้ำมันสมุนไพร หลังจากได้เข้ารับทำการรักษาจากหมอกฤช 2 ครั้ง ก็หายเป็นปกติ

3. คุณสมศักดิ์ ตำหนิงาม อายุ 51 ปี
อาชีพ : เป็นกำนัน
ที่อยู่ : อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี
อาการป่วย : ปวดเมื่อย เอว สะโพก ขาทั้งสองข้างปวดร้าวไปหมด
การรักษา : โดยการกินยาและโปะยาสมุนไพร หลังจากได้เข้ารับทำการรักษาจากหมอกฤช เพียงครั้งเดียวก็หายเป็นปกติ

4. ด.ต.พรณรงค์ รุ่งนาไร่ (ดาบเวศน์) อายุ 46 ปี
อาชีพ : รับราชการตำรวจ
ที่อยู่ : อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
อาการป่วย : ปวดตามข้อ หลัง ชาตามขาทั้งสองข้าง ชาที่ปลายนิ้วก้อยของทั้งสองมือ
การรักษา : โดยการกินยาและโปะยาสมุนไพร หลังจากได้เข้ารับทำการรักษาจากหมอกฤช ครั้งที่ 1 อาการโดยรวมดีขึ้นกว่า 50% ครั้งที่ 2 ดีขึ้นจนเกือบเป็นปกติ รักษาครั้งที่ 3 หายเป็นปกติแล้ว

5. คุณธนเดช ภานุวราพงศ์ อายุ 45 ปี
อาชีพ : ทนายความ
ที่อยู่ : อ.สรรพยา จ.ชัยนาท
อาการป่วย : เริ่มจากเมื่อประมาณ พ.ศ.2548-49 รู้สึกปวดที่เอวด้านหลัง มีการนวดเป็นครั้งคราว จนถึง พ.ศ. 2555 ช่วงกลางปีก็ปวดขา และปวดที่นิ้วหัวแม่เท้าด้านขวา นั่งนานๆจะปวดหลังและปวดที่เอว พอปวดนานๆก็จะเริ่มปวดที่ขา
การรักษา : โดยการกินยาและโปะยาสมุนไพร หลังจากได้เข้ารับทำการรักษาจากหมอกฤช ครั้งที่ 1 ได้ทราบว่าอาการโดยรวมดีขึ้นกว่าแต่ยังไม่หายขาด ครั้งที่ 2 ตอนนี้เป็นปกติเกือบ 100% ทำงานได้สบาย

6. คุณกิมเฮี้ยง ตันสุขี อายุ 64 ปี
ที่อยู่ : อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
อาชีพ : ชาวไร่
อาการป่วย : เนื่องจากล้มกระแทกเป็นประจำ จึงทำให้ปวดเมื่อยตามข้อแขน ข้อเข่า ปวดกระดูกสันหลังช่วงเอว กระดูกโปนมีสีแดงออกช้ำม่วง เป็นมาประมาณ 7-8 ปี
การรักษา : โดยการกินยาและโปะยาสมุนไพร หลังจากได้เข้ารับทำการรักษาจากหมอกฤช 5 ครั้ง ปัจจุบันกลับไปทำงานได้ตามปกติ

7. คุณกัน เอกจิตร อายุ 65 ปี
ที่อยู่ : อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
อาชีพ : ชาวไร่
อาการป่วย : เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุตกคูน้ำขณะทำนา ขาแพลง และบวม ปวดเดินไม่ได้เลยมาประมาณ 2-3วัน
การรักษา : โดยการกินยาและโปะยาสมุนไพร หลังจากได้เข้ารับทำการรักษาจากหมอกฤช 2 ครั้ง ปัจจุบันกลับไปทำงานได้ตามปกติ

กระดูกข้อเท้าอักเสบ

รูปผู้ป่วยที่กระดูกข้อเท้าอักเสบและบวม

กระดูกข้อเท้าอักเสบ

มีปัญหาที่กระดูกข้อเท้าบวม

กระดูกข้อเท้าอักเสบ

ไม่สามารถทำงานได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

8. คุณจีระศักดิ์ สอนใจ อายุ 78 ปี
อาชีพ : เกษียณจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ที่อยู่ : แขวงคลองสาน กรุงเทพมหานคร
อาการป่วย : ปวดที่สะโพกมากจนนอนก็ขยับตัวไม่ได้ เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุด
การรักษา : โดยการกินยาและโปะยาสมุนไพร นวดน้ำมัน หลังจากได้เข้ารับทำการรักษาจากหมอกฤช ครั้งที่ 1-2 อาการยังไม่ดีขึ้น หลังจากนั้นหมอกฤชจึงแนะนำให้นั่งสมาธิอุทิศส่วนบุญให้เจ้ากรรมนายเวร พร้อมกับให้ยากินและนวดไปคู่กัน ปัจจุบันหายเป็นปกติ

9. คุณอารีย์ ดอกบุก อายุ 60 ปี
อาชีพ : ขายจิวเวอรี่
ที่อยู่ : อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
อาการป่วย : นิ้วกลางล็อค งอหงิกขึ้นมา เจ็บปวด ทำงานไม่สะดวก
การรักษา : โดยการเข้าเฝือกนิ้ว กินยาและโปะยาสมุนไพร ประมาณ 15 วัน ครั้งแรกอาการดีขึ้นประมาณ 50% ครั้งที่ 2 ดีขึ้น 100% กลับไปทำงานได้สะดวกตามปกติ

10. คุณสนั่น  อ่อนชูศรี  อายุ 47 ปี เขตบางกะปิ  กทม. อาชีพ  ขับแท๊กซี่
อดีต  อายุ 8-9 ขวบ เคยตกต้นไม้มะม่วง นอนดิ้นกับพื้น  อายุ 20 ปี ขี่รถจักรยานยนต์วิบาก คว่ำ หลังกระแทกพื้น ปวดหลังดิ้นไม่ได้  ต้องประคองลุกชิ้น
-  เคยไปฉีดยา แล้วหายปวด เดินปกติอยู่ 2 ปี หลังจากนั้น ปวดกระดูกสันหลัง หน้าอก  ปวดร้ายไปทั่วกาย
เวลานอนดิ้น พลิก จะปวดทันที นอนตะแคงก็ปวด ต้องนอนตรง ๆ
-  ไปซื้อยาแถววัดโพธิ์ และร้านหมอตี๋มากินไม่หาย
-  ให้การรักษา ครั้ง 1 เมื่อ 7 กันยายน 2556 กินยา 2-3 วันแรก ปวดมากขึ้น หลังจากนั้น อาการทุกอย่างดีขึ้น  ทำงานได้มากขึ้น
-  ครั้งที่ 2 เมื่อ 21 กันยายน ศกนี้ ให้ยาทั้งกินและนวด ปัจจุบันหายเป็นปกติ

11. นายสุคนธ์  หนูทองแก้ว  อายุ 63 ปี อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เดิมย้ายมาจาก จ.นครศรีธรรมราช
อาชีพ : เจ้าของอู่พ่นสี
อาการ :  ปวดขา-แขน เฉพาะข้างขวา ปวดหลังช่วงบั้นเอว การเดินไม่คล่องตัว ขับรถได้น้อยลง เป็นมา 20 กว่าปีแล้ว
การรักษา :
-  เมื่อ 26 กันยายน 2556 หลังจากทานยา 1-2 วัน แรกมีอาการปวดมากขึ้น จนลุกทำงานไม่ได้ วันที่ 3 อาการ
ปวดหายไป มีกำลังเหมือนคนใหม่ ทำงานได้แกร่งขึ้น
-  เมื่อ 3 ตุลาคม ศกนี้ ให้ยาอีก 1 ชุด กินและนวด ปัจจุบันแข็งแรง เป็นปกติแล้ว